ในธุรกิจโลจิสติกส์ “คลังสินค้า” เปรียบเสมือน “หัวใจของการขนส่ง” หากบริหารจัดการและจัดเก็บไม่ถูกต้อง สิ่งที่จะตามมาคือ ต้นทุนที่จมหาย, การทำงานที่ล่าช้า, และความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ดังนั้น การรู้วิธีจัดเก็บสินค้าที่ถูกต้อง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดเรียบร้อย แต่คือ “กลยุทธ์การลดต้นทุนและเพิ่มกำไร” ให้กับธุรกิจโดยตรง หากคุณกำลังวางแผนสร้างคลังสินค้า วันนี้ V.K.B บริษัท รับสร้างโกดัง และ คลังค้ามืออาชีพ จะพาคุณไปทำความรู้จักกับระบบ FIFO/FEFO/LIFO ทั้ง 3 ระบบนี้คืออะไร ? ช่วยเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจได้ยังไงบ้าง ? มาหาคำตอบไปกับเราได้ในบทความนี้
รับสร้างโกดัง แนะนำ FIFO คืออะไร?
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังวางแผน สร้างโกดังหรือคลังสินค้าใหม่ คำว่า “FIFO” (First In First Out) คือ การหยิบสินค้าแบบ “สินค้าชิ้นไหนเข้าก่อน สินค้าชิ้นนั้นออกก่อน” ทำให้สินค้าที่อยู่ในคลังหรือสต๊อกสินค้าเป็นสินค้าที่จัดซื้อมาล่าสุดเสมอ ซึ่งระบบ FIFO เป็นการจัดการสินค้าที่เข้าใจง่าย และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง โดยประเภทสินค้าเหมาะกับระบบ FIFO คือ ประเภทสินค้าที่ไม่ระบุวันหมดอายุ แต่สามารถเสื่อมสภาพหรือเสียหายได้เมื่อผ่านไปตามกาลเวลา เช่น เสื้อผ้า, หนังสือ, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
รับสร้างโกดัง แนะนำ FEFO คืออะไร?
หากคุณเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม อาหาร, เครื่องดื่ม, ยารักษาโรค, เวชภัณฑ์ หรือเครื่องสำอาง ที่กำลังวางแผน สร้างโกดัง หรือ คลังสินค้าใหม่ คำว่า “FEFO” (First-Expired, First-Out) คือ “สินค้าชิ้นไหนที่ ‘หมดอายุก่อน’ จะต้องถูกหยิบออกไปจ่ายและส่งขาย ‘เป็นชิ้นแรก’ เสมอ” วิธีนี้ช่วยลดข้อผิดพลาดในการหยิบสินค้าหมดอายุสำหรับลูกค้า และเป็นวิธีการจัดการที่ง่ายและได้รับความนิยมมากที่สุด โดยระบบนี้จะเกี่ยวข้องกับการคัดแยกและบรรจุสินค้าตามวันหมดอายุ โดยเรียงจากวันหมดอายุที่ใกล้ที่สุด (หมดอายุก่อน) ไปจนถึงวันหมดอายุที่ไกลที่สุด (หมดอายุทีหลัง) เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดข้อผิดพลาดในการจัดส่ง
FIFO-FEFO มีความแตกต่างกันอย่างไร?

ทั้ง FIFO และ FEFO คือกลยุทธ์การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง (Inventory Management) ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ แต่มีเงื่อนไขในการเลือกตัดสินค้าออกจากคลังต่างกัน ซึ่งทั้ง FIFO และ FEFO มีวิธีการทำงานต่างกันดังนี้
- วิธีการทำงานของ FIFO (First-In, First-Out)
แนวคิดหลักของ FIFO คือ “สินค้าชิ้นไหนเข้าก่อน สินค้าชิ้นนั้นออกก่อน” วิธีการทำงานคือ พนักงานจะจัดวางสินค้าใหม่ไว้ด้านหลัง และดึงสินค้าเก่าจากด้านหน้าสุดไปขาย/ใช้งาน (เรียงตามลำดับเวลาที่เข้าคลัง) เหมาะกับสินค้าที่ไม่มีวันหมดอายุชัดเจน แต่ล้าสมัยได้ง่ายตามเทรนด์ เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, หรือสินค้าทั่วไปที่ต้องการลดความเสี่ยงเรื่องสินค้าเก่าเสื่อมสภาพ
- วิธีการทำงานของ FEFO (First-Expired, First-Out)
สำหรับ FEFO แนวคิดหลักคือ “หมดอายุก่อน ไปก่อน” โดยไม่สนใจว่าสินค้าชิ้นนั้นจะเดินเข้ามาในคลังเมื่อไหร่ วิธีการทำงานคือ ระบบหรือพนักงานต้องตรวจสอบวันหมดอายุ (Expiry Date) บนตัวสินค้า สินค้าล็อตไหนที่ใกล้หมดอายุที่สุด จะถูกเลื่อนมาอยู่แถวหน้าเพื่อเตรียมจ่ายออกก่อน เหมาะกับธุรกิจที่มีเรื่องเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น อาหารสด, นม, ยารักษาโรค, และเครื่องสำอาง
FIFO-FEFO มีความสำคัญอย่างไรกับการจัดเก็บสินค้า

- ลดความเสี่ยงเรื่อง “สินค้าหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ”
- สำหรับสินค้าทั่วไป (FIFO): สินค้าบางประเภทแม้ไม่มีวันหมดอายุชัดเจน แต่หากเก็บไว้นานเกินไปจะเกิดการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา เช่น สินค้าแฟชั่น/ไอทีที่ตกรุ่น, ยางรถยนต์อาจจะกรอบแข็ง ฯลฯ การระบายของเก่าออกก่อนจะช่วยรักษาความสดใหม่และมูลค่าของสินค้าไว้ได้ดีที่สุด
- สำหรับสินค้าอ่อนไหว (FEFO): ระบบ FEFO จะช่วยการันตีว่าสินค้าที่ใกล้หมดอายุที่สุดจะถูกส่งไปถึงมือผู้บริโภคก่อน ทำให้ลดโอกาสที่จะต้องทิ้งสินค้าไปอย่างเปล่าประโยชน์
- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ในคลัง: การนำระบบ FIFO/FEFO มาใช้ จะบังคับให้เกิดการจัดเส้นทางการไหลของสินค้าที่ชัดเจน มีโซนรับเข้าและโซนจ่ายออกที่แน่นอน คลังสินค้าเป็นระเบียบ และไม่เกิดพื้นที่อับหรือสินค้าตกสำรวจ
- ควบคุมต้นทุนและบริหารกระแสเงินสด
- สะท้อนต้นทุนจริง: ในทางบัญชี การตัดสต็อกแบบ FIFO ช่วยให้สะท้อนต้นทุนสินค้าหมุนเวียนได้แม่นยำตามสภาวะเงินเฟ้อจริง
- ลดต้นทุนแฝง: การระบายสินค้าออกอย่างเป็นระบบช่วยให้กระแสเงินสดสะพัดได้เร็วขึ้น
- รักษามาตรฐานและความพึงพอใจของลูกค้า
- การใช้ FIFO/FEFO ช่วยให้มั่นใจว่าคู่ค้าหรือผู้บริโภคปลายทาง จะได้รับสินค้าที่มีอายุการใช้งานยาวนานและอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ส่งผลดีต่อความน่าเชื่อถือของแบรนด์
รับสร้างโกดัง LIFO คืออะไร?

นอกจากระบบ FIFO และ FEFO ยังมีอีกหนึ่งระบบที่ทรงประสิทธิภาพไม่แพ้กัน นั่นคือ “LIFO” (Last-In, First-Out) คือ ระบบ “มาทีหลัง แต่ได้ออกก่อน” ซึ่งอาจดูซับซ้อนกว่าวิธีอื่น เนื่องจากต้องมีการบันทึกข้อมูลสินค้าอย่างละเอียดและแม่นยำ แต่ยังคงได้รับความนิยมในบางธุรกิจ เพราะช่วยให้การจัดการต้นทุนมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะในด้านการคำนวณกำไรและภาษี เหมาะกับธุรกิจค้าปลีก สินค้าที่ราคาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และธุรกิจการผลิตที่ใช้สินค้าโภคภัณฑ์ที่มีราคาผันผวน เช่น ธุรกิจก่อสร้างและธุรกิจที่ใช้โลหะต่างๆ, ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเคมีภัณฑ์, ธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี เป็นต้น
V.K.B รับสร้างโกดัง ด้วยความมืออาชีพ ตรงตามความต้องการ
สร้างโกดังทั้งทีต้องตอบโจทย์ทั้ง “ระบบคลัง” และ “งานโครงสร้าง” ร่วมปรึกษาความเป็นไปได้กับ V.K.B บริษัท รับสร้างโกดัง และ โรงงานอุตสาหกรรมครบวงจร เราเข้าใจความต้องการของธุรกิจโลจิสติกส์และการจัดเก็บสินค้า ยินดีให้คำปรึกษาตั้งแต่ขั้นตอนการวางผังอาคาร (Layout Design) การคำนวณโครงสร้างพื้นที่แข็งแรงทนทาน พร้อมบริการออกแบบ ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ให้คุณได้โกดังที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มกำไร และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพตั้งแต่วันแรกที่ส่งมอบ
V.K.B บริษัทรับเหมาก่อสร้างโรงงาน พร้อมให้คำปรึกษาด้วยทีมช่างที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี
นอกจากเราจะต้องให้ความสำคัญกับอาคาร หรือโรงงานที่ต้องการแล้ว การเรียนรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายก็จะช่วยลดปัญหาในการก่อสร้างได้เช่นกัน การเลือกจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงาน หรือบริษัทก่อสร้างที่ดีก็จะช่วยลดภาระ และเป็นที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ เพื่อช่วยให้คำแนะนำกับการลงทุนของเราได้มากขึ้น
เพราะฉะนั้นเราขอแนะนำให้ทุกท่านปรึกษากับผู้รับเหมาชั้นนำด้านการรับสร้างโรงงาน เรายังมีทีมผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำ หรือคำปรึกษาด้านการก่อ สร้างโรงงาน ทุกรูปแบบ ให้บริการตั้งแต่การก่อสร้าง ออกแบบ ให้คำปรึกษาในการบริหารโครงการ โดยที่ดูแลคุณตั้งแต่ต้นจนถึงวันที่ส่งมอบงาน ทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่าทุกบริการ จะตอบโจทย์ความต้องการ และมีคุณภาพอย่างแน่นอน
- งานก่อสร้าง รับเหมาก่อสร้างด้วยทีมงาน บุคลากร คุณภาพที่พร้อมบริการอย่างเต็มที่
- งานออกแบบ มีผู้เชี่ยวชาญที่มากประสบการณ์ รวมทั้งนักออกแบบที่พร้อมออกแบบเพื่อให้ตอบโจทย์ตามสไตล์ของคุณ
- ให้คำปรึกษา และ บริหารโครงการ นอกจากการก่อสร้างแล้ว เรายังให้คำแนะนำ ปรึกษา และ ช่วยเหลือปัญหาที่เกิดจากการก่อสร้างทุกรูปแบบ
ต้องการผู้ รับสร้างโรงงาน อุตสาหกรรมดีๆ สามารถสอบถาม V.K.B และ ดูข้อมูลเพิ่มเติมช่องทางอื่นๆ ได้เลย
Tel : 081-735-6625 , 097-445-4146 , 02-377-6591

